ข่า เป็นพืชที่น่าสนใจชนิดหนึ่ง เพราะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของคนไทยในการนำมาประกอบอาหาร รวมทั้งข่า ยังเป็นพืชที่ทนแล้ง ต้านทานโรคได้ดี ปลูกและดูแลง่าย และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย

ข่า จัดเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ในดิน เหง้าจะมีข้อและปล้องมองเห้นได้ค่อนข้างชัดเจน ลำต้นตรง มีความสูงประมาณ 1 ถึง 2 เมตร ลำต้นมีสีเขียว ใบของข่าเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันที่ยอดของลำต้น ใบมีลักษณะรี ดอกของข่าจะออกที่ยอดลำต้น มีขนาดเล็ก สีขาว และผลของข่าจะเป็นทรงกลม สามารถมองเห็นได้เมื่อดอกแห้ง

วิธีการปลูก

1.การเตรียมดิน

           ข่าตาแดง เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย ชอบดินชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง หากพื้นที่ใดน้ำขังก็ต้องทำพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน จากนั้นไถดะแล้วไถแปร ไถเปิดหน้าดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร โรยปุ๋ยขี้ไก่แกลบลงไปไร่ละ 1,000 กิโลกรัม แล้วไถกลบ เตรียมตากดินไว้ 7 วัน คลุมหน้าดินด้วยฟางข้าว 100 ก้อน/ไร่ เพื่อเป็นการป้องกันหญ้าไม่ให้เกิดขึ้น

2.การเตรียมต้นพันธุ์ข่าตาแดง

          ใช้ต้นพันธุ์อายุ 1.6 ปีเท่านั้น เพราะทดลองแล้วว่าอายุข่าตาแดง ขนาดนี้เหมาะในการนำมาปลูก แตกแขนงดี แข็งแรง และมีตามาก นำมาแยกแง่ง ตัดใบ ตัดราก ออกให้หมด แล้วล้างให้สะอาด แล้วนำต้นพันธุ์ที่เตรียมแล้ว ไปแช่น้ำยาเร่งรากและน้ำยากันเชื้อรา ประมาณ 20 นาที ถ้าเหง้าไหนใหญ่เกินไปก็ตัดแบ่งออก บริเวณรอยแผลที่ตัดให้ทาด้วยปูนกินหมากตรงแผลจะช่วยป้องกันเชื้อราได้ จากนั้นนำไปเพาะชำในแกลบดำ หรือ ขุยมะพร้าว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม รอรากงอกประมาณ 10-15 วัน

3.การปลูกข่า

          แบบที่ 1 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 1 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80×60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 1,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์  15,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 1,500×30 บาท เท่ากับ 45,000 บาท

          แบบที่ 2 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,000 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 2 ต้น ได้ 2,350 กอ ระยะห่างในการปลูก 80×60 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 3,000 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 30,000 บาท เมื่อขายข่า จะมีรายได้เท่ากับ 30,000×30 บาท เท่ากับ 90,000 บาท

          แบบที่ 3 ใช้กิ่งพันธุ์ข่า 1,500 กิโลกรัม ลงปลูกหลุมละ 3 ต้น ได้ 1,500 กอ ระยะห่างในการปลูก 100×100 เซนติเมตร เก็บผลผลิตได้ 4,500 กิโลกรัม แบบนี้ใช้เงินลงทุนเฉพาะค่าพันธุ์ 45,000 บาท เมื่อขายข่าจะมีรายได้เท่ากับ 4,500 x 30 บาท เท่ากับ 135,000 บาท

การให้น้ำแปลงข่า

          ในรอบหนึ่งเดือน ให้น้ำข่า 2 ครั้ง คือ วันที่ 1 และ 16 โดยตอนเช้าฉีดพ่นให้ปุ๋ยทางใบแก่ต้นข่า จากนั้นเปิดน้ำใส่ให้แปลงข่าชุ่มโชกจนถึงประมาณเที่ยงวันก็หยุด จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำหน้าดินค่อยๆ ซึมลงไปในแปลงข่าเอง พอวันที่ 16 ก็ทำเหมือนกันอีกรอบ หรือ สังเกตหน้าดิน หากยังชุ่มอยู่ไม่ต้องให้น้ำ หากหน้าดินแห้งก็ให้น้ำเพิ่มเติม

การให้ปุ๋ย

           แนะนำให้ใช้เฉพาะปุ๋ยขี้ไก่แกลบเท่านั้น และเสริมด้วยปุ๋ยเคมีเล็กน้อย ด้วยระยะเวลาการเติบโต 8 เดือน ในช่วงเดือนที่ 1-4 ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ช่วงเดือนที่ 5-7 ให้ใช้สูตร 0-0-60 ใส่โดยโรยรอบกอข่า ระยะห่าง 10 เซนติเมตร เพราะรากฝอยจะออกมาหาปุ๋ยกินเอง เพียงเท่านี้ เอาใจใส่ตามคำแนะนำ ก็สามารถปลูกข่าตาแดง ให้ได้ผลผลิตดี ตรงตามความต้องการแน่นอน

การขุดข่า ล้างข่า บรรจุถุง

         จ่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในเดือนที่ 8 และสามารถเก็บได้อีกทุก ๆ 4-6 เดือน โดยวิธีเก็บเกี่ยวข่าจะทำได้ง่ายมากเพราะดินมีแกลบอยู่มาก เมื่อขุดหัวข่าขึ้นมาแล้ว มาทำการตัด ด้วยการวัดระยะ หนึ่งกำมือแล้วตัด จากนั้นใช้สายยางฉีดน้ำล้างดินออกให้หมด เอาลงแช่น้ำสะอาดที่ผสมสารส้ม (น้ำสะอาด 100 ลิตร ใส่สารส้ม 1 ก้อนเท่าไข่ไก่ ) จะช่วยให้ข่าสดอยู่ได้หลายวัน จากนั้นบรรจุลงถุง ชั่งน้ำหนัก 10 กิโลกรัม เตรียมส่งจำหน่ายต่อไป

 

 

 

แหล่งที่มา

ขอขอบคุณ : sanook / Bezab