กระทกรก หรือ เสาวรส ที่กำลังนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ กลุ่มที่ชอบรสชาติที่เปรี้ยวจัดของเสาวรสรวมถึงหลงรักในกลิ่นเฉพาะตัวของเสาวรส  และเนื่องด้วยเสาวรสเป็นไม้ผลที่มีสรรพคุณและคุณประโยนช์ที่หลายหลาย ช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ เพราะมีวิตามินเอ สูง ทั้งยังช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ลดไขมันในเส้นเลือด และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทว่าสรรพคุณเสาวรสไม่เพียงมีเท่านี้ ประโยชน์อื่นๆเป็นดังนี้

  1. เสาวรสอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น
  2. เสาวรสช่วยในการขับถ่าย มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว
  3. ห่างไกลจากไข้หวัด เพราะในเสาวรสนั้นมีวิตามินซี สูง คือ 37.1 มิลลิกรัม ต่อเสาวรส 100 กรัม ซึ่งมีมากกว่ามะนาวเสียอีก
  4. บำรุงสายตาได้ดีเยี่ยม เพราะไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยวิตามินเอเท่านั้น ทว่าเสาวรสยังพ่วงสารฟลาโวนอยด์อย่างเบต้าแคโรทีนและคริบโทแซนทินเบต้า (cryptoxanthin-ß) ที่ผ่านการศึกษามาแล้วว่า สารเหล่านี้มีคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่ไปกับวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี
  5. บำรุงหัวใจและความดันโลหิต เพราะเสาวรสอุดมไปด้วยโพแทสเซียมถึง 384 มิลลิกรัมต่อเสาวรส 100 กรัม ซึ่งโพแทสเซียมนั้นสำคัญมากต่อเซลล์และของเหลวในร่างกายของเรา รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย
  6.  ป้องกันมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปาก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์และวิตามินเอมีส่วนช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

ประโยชน์ทางด้านอาหารของเสาวรส

  •  ส่วนยอด ใช้เป็นผักสด มีรสขมเล็กน้อย หรือทำการลวกจิ้มกับน้ำพริกและใช้ทำแกงเลียง
  •  ส่วนผล ใช้กินเมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ด

ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร

  • ส่วนเนื้อไม้ ใช้เป็นยาควบคุมธาตุ ถอนพิษเบื่อเมาทุกชนิดและใช้รักษาบาดแผล
  • ส่วนราก ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไข แก้กามโรค
  • ส่วนใบ ใช้ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อและขับพยาธิ
  • ส่วนดอก ขับเสมหะ แก้ไอ
  • ส่วนผล แก้ปวด บำรุงปอด ใบสด ใช้พอกแก้สิว
  • ส่วนต้น ใช้ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ และอาการบวม

      เสาวรส เป็นไม้ผลเขตร้อนชนิดไม้เถาเลื้อยคล้ายตำลึง เถาค่อนข้างคดไปงอมา เถามีหนามเล็ก ๆ ขึ้นอยู่อย่างห่าง ๆ โดยทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบมนโค้งผิวเรียบปลายใบแหลมโดยแยกเป็นสามแฉก ใบและเส้นใบบริเวณที่ติดต่อกันมีสีแดงเรื่อ บริเวณใกล้โคนก้านใบมีแฉกแหลมเล็กเรียงตรงกันข้ามสลับกัน ก้านใบ มีขนาดก้านไม้ขีด ยาว 5 –6 เซนติเมตร มีขนอ่อนเป็นฝอยขนาดเล็ก ดอกมีลักษณะก้านดอกยาวกว่าใบ ดอกบานออกกลมกว้าง กลีบดอกสีขาวแซมด้วยริ้วสีม่วง ผลค่อนข้างกลมขนาดปลายนิ้วมือ และห่อหุ้มด้วย “รก” ผลสุกมีสีเหลือง

      เราสามารถแบ่งเสาวรสออกเป็น 2 ชนิด ตามการใช้ประโยชน์ คือเสาวรสโรงงาน มี 2 พันธุ์ ได้แก่ ผลสีเหลือง และผลสีม่วง และเสาวรสรับประทานสดหรือเสาวรสหวาน ซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์รับประทานสด1 และรับประทานสด 2 ซึ่งทั้ง 2 พันธุ์ มีผิวผลสีม่วง ทำการขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด นิเวศวิทยาและการแพร่กระจายนั้นขึ้นอยู่ตามที่รกร้างหรือขอบไร่ชายนา และบริเวณป่าพื้นราบ โดยเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ

      โดยทั่วไปแล้วเสาวรสเป็นผลไม้อุตสาหกรรมคือปลูกเพื่อนำผลผลิตไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้เนื่องจากในผลมีน้ำมาก รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมแต่ก็สามารถรับประทานผลสดได้ โดยเฉพาะบางพันธุ์ที่ผลมีรสชาติค่อนข้างหวาน เสาวรสเป็นพืชที่โครงการหลวงเลือกให้เป็นพืชในการส่งเสริมเกษตรที่ต้องการให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชยืนต้น สำหรับการแก้ปัญหาในการเผาพื้นที่ เพราะเนื่องจากเป็นไม้ผลที่ให้ผลผลิตเร็ว และมีความต้องการสูง ดังนั้นในอนาคตอันใกล้เสาวรสรับประทานสด(ขายได้ราคาดีการเสาวรสแปรรูป)จะเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง